ลูกค้าได้อะไร
ได้รับข่าวหรือข้อเสนอที่เกี่ยวกับสิ่งที่เคยซื้อ
รู้ว่าคะแนนหรือสิทธิ์ของตัวเองนำไปใช้อะไรได้
ไม่ต้องได้รับข้อความเดิมซ้ำ ๆ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้อง
เปิดดูและใช้สิทธิ์ต่อผ่าน LINE ได้

เลือกคนจากสินค้าที่ซื้อ คะแนน ระดับสมาชิก Deep Profile หรือช่วงเวลาที่หายไป แล้วส่งข้อความผ่าน LINE หรืออีเมลให้ตรงเรื่องและตรงจังหวะกว่าเดิม
เรื่องที่เจ้าของร้านเจออยู่จริง
ลูกค้าที่เพิ่งซื้อ ลูกค้าที่ใกล้แลกของรางวัล และลูกค้าที่หายไป 90 วันไม่ควรได้รับข้อความเดียวกัน ร้านจึงต้องเห็นก่อนว่ากำลังพูดกับใครและอยากให้เขาทำอะไรต่อ
ได้รับข่าวหรือข้อเสนอที่เกี่ยวกับสิ่งที่เคยซื้อ
รู้ว่าคะแนนหรือสิทธิ์ของตัวเองนำไปใช้อะไรได้
ไม่ต้องได้รับข้อความเดิมซ้ำ ๆ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้อง
เปิดดูและใช้สิทธิ์ต่อผ่าน LINE ได้
แบ่งกลุ่มจากข้อมูลและพฤติกรรมที่มีอยู่จริง
เลือกได้ว่าจะส่งครั้งเดียวหรือทำแคมเปญต่อเนื่อง
สื่อสารผ่าน LINE หรืออีเมลตามความยินยอม
ย้อนดูได้ว่าแต่ละกลุ่มได้รับอะไรและทำอะไรต่อ
ดูแล้วเห็นเลยว่าใครทำอะไร

ทีมเลือกกลุ่มจากสินค้าที่ซื้อ ช่วงเวลาที่หายไป คะแนน ระดับสมาชิก หรือข้อมูลลูกค้า แล้วตรวจจำนวนผู้รับก่อนส่งจริง

ข้อความผ่าน LINE หรืออีเมลพูดกับเหตุผลของกลุ่มนั้นโดยตรง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนชื่อผู้รับในข้อความเดียวกัน

แคมเปญเชื่อมข้อความกับช่วงเวลา สิทธิ์ และกิจกรรมเป้าหมาย ร้านจึงดูได้ว่ามีใครกลับมาลงทะเบียน ใช้สิทธิ์ หรือซื้อซ้ำในช่วงนั้น
ตัวอย่าง: แบรนด์สกินแคร์ที่มีลูกค้าหลายกลุ่ม
สมมติแบรนด์กำลังเปิดตัวมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวแพ้ง่าย การส่งให้สมาชิกทั้งหมดอาจรบกวนคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ข้อมูลสินค้า ข้อมูลลูกค้า และกิจกรรมล่าสุดช่วยให้ร้านเลือกกลุ่มที่มีเหตุผลรองรับได้
เงื่อนไข
เพิ่มเงื่อนไขว่าไม่ได้ซื้อซ้ำเกิน 60 วัน และยินยอมรับข่าวสารผ่าน LINE เพื่อไม่ส่งกว้างเกินจำเป็น
ข้อเสนอ
อธิบายว่าสินค้าใหม่ต่างจากสูตรเดิมอย่างไร เหมาะกับปัญหาแบบใด แล้วจึงแนบสิทธิ์ทดลองหรือคะแนนพิเศษที่สัมพันธ์กับแคมเปญ
การติดตาม
ดูว่าหลังส่งแล้วมีการเปิดสิทธิ์ ลงทะเบียนสินค้าใหม่ ใช้ของรางวัล หรือกลับมาซื้อในช่วงแคมเปญหรือไม่
การเรียนรู้
ผลลัพธ์ช่วยให้รอบถัดไปเลือกกลุ่มและสิทธิ์ได้แม่นขึ้น แทนการเพิ่มจำนวนข้อความหรือส่วนลดโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
การสื่อสารที่ดีไม่จำเป็นต้องส่งมากขึ้น แต่ต้องชัดว่ากำลังช่วยลูกค้ากลุ่มไหน ด้วยเรื่องอะไร และจะวัดผลจากกิจกรรมใด
ตัวอย่างอื่นที่ใช้หลักเดียวกัน
— ลูกค้าที่หายไป 90 วัน
— คนที่คะแนนใกล้ถึงของรางวัล
— ผู้ซื้อสินค้า A ที่ยังไม่เคยลองสินค้า B
การทำงานที่เกิดขึ้นจริง
เช่น ลูกค้าที่ซื้ออาหารสูตรเดิมทุกเดือน คนที่หายไป 90 วัน หรือสมาชิกที่อีกนิดเดียวจะได้ของรางวัล
ร้านเห็นจำนวนคนและเงื่อนไขที่ทำให้แต่ละคนอยู่ในกลุ่ม จึงไม่เผลอส่งกว้างเกินไป
การส่งข้อความใช้กับข่าวที่จบในครั้งเดียว ส่วนแคมเปญมีช่วงเวลา สิทธิ์ และกิจกรรมที่อยากให้ลูกค้าทำต่อ
ใช้ช่องทางที่ลูกค้าเชื่อมไว้และยินยอมรับข่าวสาร แล้วกลับมาดูผลของกิจกรรมนั้นได้
สร้างกลุ่มที่ใช้ซ้ำได้จากข้อมูลลูกค้า สินค้าที่ซื้อ และกิจกรรม
เลือกช่องทางตามการเชื่อมต่อและความยินยอมของลูกค้า
เตรียมข้อความ ตรวจกลุ่ม และกำหนดวันเวลาที่ต้องการส่ง
กำหนดเป้าหมาย ช่วงเวลา สิทธิ์ และกิจกรรมที่ต้องการติดตาม
ร้านส่งข้อความน้อยลงแต่ตรงคนขึ้น และรู้ว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มได้รับอะไรไปแล้ว
ดูต่อ: ยอดขายและเงินรับจริงTidjai ช่วยรวมคะแนน ข้อมูลลูกค้า และออเดอร์จากหลายช่องทางไว้ในที่เดียว ทีมไม่ต้องไล่ทำข้อมูลซ้ำ และร้านติดตามลูกค้าได้ต่อเนื่องขึ้น
ไม่ต้องไล่เพิ่มคะแนนหรือรวมข้อมูลซ้ำหลายระบบ
เห็นคะแนน ออเดอร์ และประวัติลูกค้าในที่เดียว
เลือกกลุ่มที่ควรติดตามและส่งข้อความได้ตรงขึ้น
ภาพที่ร้านเห็นชัดขึ้น
ลูกค้าซื้อสินค้า
ผ่าน LINE, Marketplace หรือสินค้าที่ส่งถึงบ้าน
เชื่อมกับสมาชิก
จาก QR รับประกัน คะแนน หรือช่องทางที่ร้านเชื่อมไว้
ร้านเห็นภาพต่อเนื่อง
รู้ว่าใครซื้ออะไร มีคะแนนเท่าไร และควรดูแลอย่างไร
ลูกค้ามีเหตุผลกลับมา
ได้รับข้อความ สิทธิ์ และของรางวัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
ไม่ใช่แค่เก็บรายชื่อ แต่ทำให้ร้านรู้ว่าจะดูแลลูกค้าคนเดิมต่ออย่างไร