ระบบรวมอะไรให้
ออเดอร์และยอดขายของแต่ละ Marketplace
ค่าคอมมิชชัน ค่าบริการ และค่าชำระเงิน
ส่วนลด คืนเงิน และรายการปรับยอด
รอบโอนกับยอดที่แพลตฟอร์มควรจ่าย

รวมออเดอร์ ยอดขาย ค่าธรรมเนียม ส่วนลด คืนเงิน และรอบโอนของแต่ละ Marketplace เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นว่ายอดที่ควรได้รับต่างจากเงินที่เข้าจริงตรงไหน
เรื่องที่เจ้าของร้านเจออยู่จริง
ยอดขายบนหน้า Marketplace เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะยังมีค่าคอมมิชชัน ค่าบริการ ส่วนลดที่ร้านร่วมจ่าย การคืนเงิน และรายการปรับยอด ถ้ารวมทุกอย่างเป็นคำว่า “ค่าธรรมเนียม” ร้านจะไม่รู้ว่าเงินถูกหักไปตรงไหน
ออเดอร์และยอดขายของแต่ละ Marketplace
ค่าคอมมิชชัน ค่าบริการ และค่าชำระเงิน
ส่วนลด คืนเงิน และรายการปรับยอด
รอบโอนกับยอดที่แพลตฟอร์มควรจ่าย
ช่องทางไหนขายดีและเหลือเงินหลังหักเท่าไร
โปรไหนเพิ่มยอดแต่มีส่วนลดและค่าใช้จ่ายสูงเกินไป
เงินที่เข้าบัญชีตรงกับยอดที่ควรได้หรือไม่
ถ้าไม่ตรง ส่วนต่างมาจากรายการใด
ดูแล้วเห็นเลยว่าใครทำอะไร

ดึงรายการขายตามสิทธิ์ที่แต่ละแพลตฟอร์มอนุญาต เพื่อให้ยอดขาย จำนวนออเดอร์ และสินค้ามีต้นทางอ้างอิงเดียวกัน

ค่าคอมมิชชัน ค่ารับชำระ ค่าบริการ ส่วนลดที่ร้านออก การคืนเงิน และรายการปรับยอด ถูกแยกตามประเภทที่แพลตฟอร์มส่งมา ไม่รวมเป็นก้อนเดียว

ทีมย้อนจากยอดโอนไปยังรายงานและออเดอร์ที่เกี่ยวข้องได้ จึงหาสาเหตุของส่วนต่างโดยไม่ต้องไล่หลายไฟล์ด้วยมือทุกครั้ง
ตัวอย่างตัวเลข: ยอดขาย 500,000 บาท
ตัวอย่างสมมติในหนึ่งรอบโอนเงิน ร้านมียอดขายรวม 500,000 บาท แต่ยอดโอนสุทธิ 401,500 บาท ส่วนต่างไม่ควรถูกเรียกว่า “ค่าธรรมเนียม” ก้อนเดียว เพราะแต่ละรายการมีที่มาและส่งผลต่อการตัดสินใจคนละแบบ
ยอดขายก่อนหัก
ยอดขาย 500,000 บาท มีรายการคืนเงิน 18,000 บาท เหลือฐานที่ต้องตรวจต่อ 482,000 บาท โดยตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับนิยามของแต่ละแพลตฟอร์ม
รายการที่ถูกหัก
เช่น ค่าคอมมิชชัน 42,000 บาท ค่ารับชำระและค่าบริการ 16,500 บาท รวมถึงส่วนลดที่ร้านรับภาระ 22,000 บาท
เงินที่ควรได้รับ
เมื่อนำรายการที่เกี่ยวข้องมารวมกัน ระบบแสดงยอดที่ควรได้รับ 401,500 บาท พร้อมเลขอ้างอิง รายการสรุป และช่วงเวลานั้น
ร้านตัดสินใจต่อ
ร้านเห็นว่าสินค้าขายดีแต่ถูกหักค่าธรรมเนียมเท่าไร โปรโมชันใดดึงยอดแต่มีค่าใช้จ่ายสูง และช่องทางใดควรปรับราคาหรือหยุดแคมเปญ
รายงานยอดขายบอกว่าอะไรขายได้ ส่วนรายงานการเงินต้องตอบต่อให้ได้ว่า หลังคืนเงิน ค่าธรรมเนียม และส่วนลดแล้ว แพลตฟอร์มควรโอนให้ร้านเท่าไร
ตัวอย่างอื่นที่ใช้หลักเดียวกัน
— เปรียบเทียบยอดหลังหักค่าธรรมเนียมระหว่างช่องทาง
— ตรวจรายการคืนเงินที่เกิดข้ามรอบโอน
— หาส่วนต่างระหว่างยอดที่ควรได้กับยอดโอนจริง
การทำงานที่เกิดขึ้นจริง
ระบบรับข้อมูลตามสิทธิ์ที่แพลตฟอร์มเปิดให้ โดยยังคงเลขอ้างอิงของออเดอร์และรอบโอนไว้ตรวจต่อ
เห็นค่าคอมมิชชัน ค่าชำระเงิน ค่าบริการ ส่วนลด คืนเงิน และรายการปรับยอดแยกจากกัน
คำนวณตามรอบของแต่ละแพลตฟอร์ม พร้อมบอกว่ามีออเดอร์และรายการใดอยู่ในยอดนั้น
ถ้ายอดไม่ตรง ทีมย้อนดูได้ว่าส่วนต่างมาจากค่าธรรมเนียม การคืนเงิน หรือออเดอร์ใด แทนการไล่หลายไฟล์ด้วยมือ
ดูยอดขาย จำนวนออเดอร์ ยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ และสินค้าที่ขายดีแยกตามช่องทาง
แจกแจงว่าถูกหักค่าอะไรและจำนวนเท่าไรตามข้อมูลจากแพลตฟอร์ม
ดูรายการสรุป ยอดที่ควรได้รับ และเลขอ้างอิงของเงินที่โอน
ย้อนดูรายการคืนเงิน ยกเลิก หรือปรับยอดที่ทำให้เงินเข้าไม่ตรง
เจ้าของร้านเห็นทั้งยอดขาย รายการที่ถูกหัก และยอดที่ควรได้รับ จึงตรวจเงินเข้าและตัดสินใจเรื่องราคา โปร และช่องทางได้ง่ายขึ้น
ดูต่อ: ระดับสมาชิกและของรางวัลTidjai ช่วยรวมคะแนน ข้อมูลลูกค้า และออเดอร์จากหลายช่องทางไว้ในที่เดียว ทีมไม่ต้องไล่ทำข้อมูลซ้ำ และร้านติดตามลูกค้าได้ต่อเนื่องขึ้น
ไม่ต้องไล่เพิ่มคะแนนหรือรวมข้อมูลซ้ำหลายระบบ
เห็นคะแนน ออเดอร์ และประวัติลูกค้าในที่เดียว
เลือกกลุ่มที่ควรติดตามและส่งข้อความได้ตรงขึ้น
ภาพที่ร้านเห็นชัดขึ้น
ลูกค้าซื้อสินค้า
ผ่าน LINE, Marketplace หรือสินค้าที่ส่งถึงบ้าน
เชื่อมกับสมาชิก
จาก QR รับประกัน คะแนน หรือช่องทางที่ร้านเชื่อมไว้
ร้านเห็นภาพต่อเนื่อง
รู้ว่าใครซื้ออะไร มีคะแนนเท่าไร และควรดูแลอย่างไร
ลูกค้ามีเหตุผลกลับมา
ได้รับข้อความ สิทธิ์ และของรางวัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
ไม่ใช่แค่เก็บรายชื่อ แต่ทำให้ร้านรู้ว่าจะดูแลลูกค้าคนเดิมต่ออย่างไร